DOOM-DOOM.com แหล่งข้อมูลศัลยกรรมเสริมหน้าอก

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
แท็กยอดนิยม: เสริมหน้าอก,หมอเสริมหน้าอก,หมอศัลยกรรมเสริมนม,หมอศัลยกรรม,เสริมนม,ศัลยกรรมเสริมเต้านม,ผ่าตัดเสริมเต้านม,รีวิวเสริมหน้าอก,ซิลิโคนเสริมหน้าอกมแหล่งข้อมูลศัลยกรรมเสริมหน้าอก,เสื้อยกทรงไม่มีโครง,บราเซียร์ ไม่มีโครง,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา, Brassiere,Sports Braบราเซียร์ ยกทรงไม่มีโครง,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา,เสื้อยกทรงไม่มีโครง,บราเซียร์ ไม่มีโครง,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา, Brassiere,Sports Braบราเซียร์ ยกทรงไม่มีโครง,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา,sport bra,เสริมหน้าอก,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นในหลังเสริมหน้าอก,เสื้อในไม่มีโครง,เสื้อในหลังเสริมหน้าอก,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นโนบรา,โนบรา,เสื้อยกทรง แบบไม่มีโครง,Yoga bra,Sport bra,เสริมหน้าอก,เสริมนม,เสริมซิลิโคน,ยกกระชับเสริมหน้าอก,หน้าอกหย่อนยาน,หมอศัยกรรมเสริมหน้าอก,หมอเสริมนม, เสื้อยกทรงไม่มีโครง,บราเซียร์ ไม่มีโครง,เสื้อชั้นหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม,ยกทรงมะเร็งเต้านม,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา, Brassiere,Sports Braบราเซียร์ ยกทรงไม่มีโครง,ยกทรงหลังเสริมหน้าอก,สปอตบรา,sport bra,เสริมหน้าอก,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นในหลังเสริมหน้าอก,เสื้อในไม่มีโครง,เสื้อในหลังเสริมหน้าอก,เสื้อชั้นในไม่มีโครง,เสื้อชั้นโนบรา,โนบรา,ยกทรงเกาะอก,ยกทรง แบบไม่มีโครง,Yoga bra,Sport bra,ยกทรงเกาะอก,bra no rimsบราเซียร์ยกทรงไม่มีโครง,เสื้อชั้นในไร้โครง ไร้ตะเข็บ ,ยกทรงโยคะ,ยกทรงสปอต เสื้อชั้นในสำหรับหลังเสริมหน้าอก,ใส่สบาย เก็บอกชิด ดูม สำหรับสาวที่ไม่ชอบแบบมีโครง เล่นโยคะ ฟิตเนส,หน้าอกชิด,ยาทาแผลเป็น,ครีมทาแผลเป็น,เจลลบรอยแผลเป็น,แผลเป็นนูน,รอยแผลนูนหรือ Keloid,แผลคึรอยด์,Mederma,แผลผ่าตัดเสริมหน้าอก,เสริมจมูก เสริมหน้าอก ทำตาสองชั้น การดูดไขมัน,ฉีดผิวขาว,เสริมก้น,หมอพอล รชต จึงพัฒนปรีชา (Idol Clinic),หมอชาติชาย พฤกษาพงษ์ (Absolute Beauty Clinic & Aplus Clinic),หมอป้าง นครินทร์ สาลีทอง (F Clinic เมืองทองธานี),หมอทรงยศ จันทจิตร์ Dream Clinic,Puttisak Clinic,นวดนม,นวดนมพังพืด,นวดนมซิลิโคน
sharethis
UA-77643825-2
ดู: 7|ตอบกลับ: 0

เปิดข้อเท็จจริง!! เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

[คัดลอกลิงก์]

อัพเกรด  69.6%

ModAC โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน


จากกรณีข่าว “อย.เรียกคืนเต้านมเทียมซิลิโคนนาเทรล(NATRELLE)เหตุพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง” ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในผู้ที่เคยทำการศัลยกรรมซึ่งเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องนพ.ธนัญชัย อัศดามงคลแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง รพ.บางมด และผู้อำนวยการศูนย์สัลยกรรมความงามรพ.บางมด จึงได้กล่าวสรุปข้อเท็จจริงในประเด็นการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด Breast Implant Associated - AnaplasticLarge Cell Lymphoma (BIA-ALCL) ซึ่งได้อ้างอิงข้อมูลจาก Foodand Drug Administration หรือองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)และ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (AmericanSociety of Plastic Surgery : ASPS) ไว้ดังนี้
1.โรค Breast Implant Associated - Anaplastic Large CellLymphoma (BIA-ALCL) หรือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม มักจะเกิดบริเวณรอบ ๆถุงซิลิโคน บริเวณต่อมน้ำเหลืองใกล้ ๆ เต้านม ไม่ได้เกิดบริเวณเต้านมโดยตรงมักจะไม่แพร่กระจายไปในบริเวณอื่น หากตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาหายจะมีสูงวิธีการรักษา คือ นำถุงเต้านมเทียมออก และเลาะตัวแคปซูล หรือ เยื่อหุ้มออกทั้งหมดไม่จำเป็นต้องตัดเนื้อเต้านมออก
2.โรค BIA-ALCL เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีอุบัติการณ์ต่ำมากประมาณ 1:200,000 ราย (0.0003%) ซึ่งพบในผู้ที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน
3.พบครั้งแรกประมาณ 20 ปีก่อนหากนับปริมาณการเสริมเต้านมทั่วโลกช่วง 20 ปีนี้มีประมาณมากกว่า 10 ล้านคู่ จนถึงปัจจุบัน มีคนเป็นโรคนี้ทั่วโลก 573 คน ในประเทศไทยมีเพียง 1คน ซึ่งรักษาหายแล้ว
4.ใน 573 คน ที่เป็นโรค BIA-ALCL ทั่วโลก พบว่ามีถึง 481คนที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน ผิวขรุขระมาก(Macrotexture, Biocell) ของ Allergan / Natrelle ซึ่งคิดเป็น 83.9% จึงเป็นสาเหตุให้ FDA ระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ในรุ่นนี้และบริษัทรับคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อความปลอดภัย
5.ลักษณะผิวของซิลิโคน จะมีอยู่ 4 ผิว ได้แก่ผิวเรียบ (Smooth) , ผิวทรายแบบละเอียด (Microtexture), ผิวทรายแบบหยาบ (Macrotexture) และ Polyurethane
5.1 ผิวเรียบ – ไม่มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL
5.2 ผิวทรายแบบละเอียด (Microtexture) – มีโอกาสเกิดโรคBIA-ALCL เท่ากับ 1 : 85,000
5.3 ผิวทรายแบบหยาบ (Macrotexture) - มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCLเท่ากับ 1 : 3,200
5.4Polyurethane - มีโอกาสเกิดโรค BIA-ALCL เท่ากับ1 : 2,800
6.ควรสังเกตอาการ หากเกิดอาการบวม หรือเจ็บที่เต้านม หรือมีก้อนที่เต้านม หรือรักแร้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด
7.ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นของโรค BIA-ALCLยังไม่ทราบสาเหตุอย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานได้ว่า   มีความสัมพันธ์กับปัจจัยดังต่อไปนี้
7.1 การเสริมด้วยซิลิโคนผิวทรายหยาบ (High Texture)
7.2 มีการติดเชื้อ หรืออักเสบในบริเวณเต้านมเป็นระยะเวลานาน ๆ
7.3 ภูมิภาคอเมริกา และยุโรป มีโอกาสเกิดมากกว่า ทวีปเอเชียจึงสันนิษฐานว่าเชื้อชาติ พันธุกรรม มีส่วนสำคัญทำให้เกิดโรคนี้
7.4 ระยะเวลา โดยเฉลี่ย8ปีขึ้นไป
8.สำหรับท่านที่เสริมซิลิโคนแล้ว ควรทำอย่างไร
8.1 ไม่ต้องกังวล หรือตื่นตระหนกจนเกินไป เนื่องจากมีอุบัติการณ์น้อยมาก ๆ
8.2 สำหรับโรค BIA-ALCLหากเป็นแล้ว สามารถรักษาหายได้หากตรวจพบแต่เนิ่น ๆ
8.3 ถ้าไม่เกิดอาการผิดปกติใด ๆ ไม่แนะนำให้นำซิลิโคนออก
9.ตาม recommendation ของ FDA แนะนำให้ผู้ที่เสริมเต้านมด้วยถุงซิลิโคน ควรตรวจ MRI หลังจากเสริมหน้าอกไปแล้ว 3 ปีหลังจากนั้นควรตรวจติดตามด้วย MRI ทุก ๆ 2 ปี
10.ปกติเวลาตรวจมะเร็งเต้านมมักจะใช้การอัลตร้าซาวนด์ และ เมมโมแกรมเป็นหลัก แต่หากต้องการตรวจโรค BIA-ALCLควรตรวจด้วย MRIจะดีกว่า จะดูแคปซูล และต่อมน้ำเหลืองได้ดีกว่า
11.สิ่งที่ควรถามสถานพยาบาล หรือ คลินิก ที่ท่านเสริมหน้าอก
11.1 ถามสถานพยาบาลที่ท่านเสริมหน้าอกมาว่า “เสริมด้วยซิลิโคนผิวแบบไหน”
-ถ้าเป็นผิวเรียบ สบายใจได้ ไม่เกิดโรค BIA-ALCL
-ถ้าเป็นผิวทรายแบบละเอียด ไม่ต้องกังวล เนื่องจากอุบัติการณ์ยังน้อยมาก
-ถ้าเป็นผิวทรายแบบหยาบ หรือเป็นรุ่นที่ทาง FDA เรียกคืน ....ถ้าไม่มีอาการแสดงอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องนำถุงซิลิโคนออกแต่แนะนำให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง เช่น การตรวจร่างกายด้วยตนเอง และพบแพทย์ประจำปี,การตรวจด้วย MRI ทุก ๆ 2ปี , การทำแมมโมแกรม และอัลตร้าซาวนด์
12.การปฏิบัติสำหรับแพทย์
12.1 แนะนำให้แพทย์หยุดใช้ซิลิโคนผิวทรายแบบหยาบตามรุ่นที่ FDA/อย. เรียกคืน หากมีซิลิโคนค้างอยู่ใน Stock แนะนำให้คืนบริษัท
12.2 แพทย์ควรแนะนำผู้ป่วยที่เสริมหน้าอกไปแล้ว 3 ปีควรตรวจ MRI และหลังจากนั้นตรวจอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี
12.3 สำหรับแพทย์ที่ตรวจพบว่า คนไข้มีอาการที่สงสัย เช่น มีอาการบวมแนะนำให้เอาน้ำเหลือง และแคปซูลที่อยู่รอบ ๆ นำไปตรวจอย่างละเอียด ว่าเป็นโรค BIA-ALCLหรือไม่ ถ้าไม่พบก็ไม่จำเป็นต้องนำซิลิโคนออก แต่หากพบเชื้อจะต้องตรวจว่าเชื้อแพร่กระจายไปบริเวณอื่นหรือไม่ และก็นำถุงเต้านมออกเลาะเอาแคปซูลที่หุ้มซิลิโคนทั้งหมดออก
13.กล่าวโดยสรุป ผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ข้อมูล ณ ปัจจุบันมีโอกาสเกิด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (BIA-ALCL) น้อยมากๆจึงแนะนำให้สังเกตอาการ ตรวจคัดกรองตามปกติ หากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้นำถุงซิลิโคนออกอาการที่ควรสังเกตคือ ก้อนที่เต้านม/รักแร้, เต้านมบวม หรือปวด หากตรวจพบควรมาปรึกษาแพทย์




ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
© รูปภาพและข้อมูล ข้อความต่างๆที่โพสต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของเว็บ Doom-Doom.com Copyright © All rights reserved
counter hit

รายชื่อผู้กระทำผิด|ยกทรงหลังเสริมหน้าอก|Facebook|กฏระเบียบเว็บ|แนะนำวิธีใช้เว็บบอรด์|DOOM-DOOM.com เว็บบอร์ดแชร์แบ่งปันประสบการณ์ข้อมูลศัลยกรรมศัยกรรมเสริมความงาม

GMT+7, 2019-8-19 21:14 , Processed in 0.173423 second(s), 21 queries .

Powered by Discuz! X3

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้